20 ตุลาคม 2568

แชร์ printer windows 11 ping เจอ แต่สั่งพิมพ์ไม่ได้

 สำหรับปัญหาที่คอมพิวเตอร์สามารถ ping เครื่องพิมพ์ได้ แต่ไม่สามารถสั่งพิมพ์ได้บน Windows 11 อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นปัญหาที่การเชื่อมต่อเครือข่าย แต่เกี่ยวกับซอฟต์แวร์และการตั้งค่า 

สาเหตุหลักและวิธีแก้ไข
1. มีงานพิมพ์ค้างอยู่ในคิว (Print Spooler)
หากมีเอกสารค้างอยู่ในคิวงานพิมพ์ อาจทำให้การพิมพ์งานใหม่สะดุดได้ 
  • วิธีแก้:
    1. กดปุ่ม Windows + R เพื่อเปิดหน้าต่าง Run แล้วพิมพ์ services.msc จากนั้นกด Enter
    2. หาบริการที่ชื่อว่า "Print Spooler" แล้วคลิกขวาเลือก "Restart"
    3. หลังจากรีสตาร์ตแล้ว ให้ลองสั่งพิมพ์งานใหม่อีกครั้ง 
2. ไดรเวอร์เครื่องพิมพ์มีปัญหา
ไดรเวอร์เครื่องพิมพ์ที่ไม่สมบูรณ์, ล้าสมัย หรือไม่เข้ากันกับ Windows 11 อาจเป็นสาเหตุสำคัญ 
  • วิธีแก้:
    1. ถอนการติดตั้งไดรเวอร์เดิม: ไปที่ Settings > Bluetooth & devices > Printers & scanners แล้วเลือกเครื่องพิมพ์ที่มีปัญหา จากนั้นคลิก "Remove"
    2. ลบแพ็กเกจไดรเวอร์ทั้งหมด:
      • กดปุ่ม Windows + R พิมพ์ printmanagement.msc แล้วกด Enter
      • ไปที่ Print Servers > [ชื่อคอมพิวเตอร์ของคุณ] > Drivers
      • คลิกขวาที่ไดรเวอร์ของเครื่องพิมพ์ที่มีปัญหา แล้วเลือก "Remove Driver Package..."
    3. ติดตั้งไดรเวอร์ใหม่: ไปที่เว็บไซต์ของผู้ผลิตเครื่องพิมพ์โดยตรง และดาวน์โหลดไดรเวอร์ล่าสุดสำหรับ Windows 11 มาติดตั้ง 
3. การตั้งค่าเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัย
ระบบรักษาความปลอดภัยของ Windows 11 หรือซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสอาจบล็อกการเชื่อมต่อกับเครื่องพิมพ์ที่แชร์อยู่ 
  • วิธีแก้:
    1. ตรวจสอบการตั้งค่าการแชร์:
      • ไปที่ Control Panel > Network and Sharing Center > Advanced sharing settings
      • เปิดการตั้งค่า "Turn on network discovery" และ "Turn on file and printer sharing"
    2. ปิดไฟร์วอลล์ชั่วคราว: ทดลองปิด Windows Defender Firewall และโปรแกรมแอนติไวรัสชั่วคราว เพื่อดูว่าการพิมพ์กลับมาใช้งานได้หรือไม่
    3. เปิดใช้งาน SMB 1.0: ในบางกรณี การแชร์เครื่องพิมพ์กับอุปกรณ์รุ่นเก่าอาจต้องเปิดใช้งานคุณสมบัติ SMB 1.0
      • ไปที่ Control Panel > Programs > Turn Windows features on or off
      • เลือก "SMB 1.0/CIFS File Sharing Support" แล้วกด OK 
4. ปัญหาเกี่ยวกับพอร์ตและการตั้งค่า SNMP
หากเครื่องพิมพ์ของคุณใช้พอร์ต TCP/IP อาจมีปัญหากับการตั้งค่าบางอย่างได้ 
  • วิธีแก้:
    1. ไปที่ Control Panel > Devices and Printers แล้วคลิกขวาที่เครื่องพิมพ์ของคุณ เลือก "Printer properties"
    2. ไปที่แท็บ "Ports" แล้วเลือกพอร์ตที่ใช้งานอยู่
    3. คลิก "Configure Port..." แล้วลองยกเลิกการเลือก "SNMP Status Enabled" จากนั้นคลิก OK 
5. เพิ่มเครื่องพิมพ์ด้วยตนเอง
หากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ให้ลองเพิ่มเครื่องพิมพ์ด้วยวิธีแมนนวลโดยใช้ที่อยู่ IP โดยตรง 
  • วิธีแก้:
    1. ไปที่ Settings > Bluetooth & devices > Printers & scanners
    2. คลิก "Add device" แล้วเลือก "The printer that I want isn't listed"
    3. เลือก "Add a printer using a TCP/IP address or hostname" และใส่ที่อยู่ IP ของเครื่องพิมพ์ จากนั้นทำตามขั้นตอนที่เหลือ 

03 ตุลาคม 2568

สร้างลายเซ็นด้วย Photoroom

 เครื่องมือสร้างลายเซ็น   ถ่ายภาพลายเซ็นของคุณและลบพื้นหลังออก

เครื่องมือสร้างลายเซ็นออนไลน์ - เครื่องมือสร้างลายเซ็นฟรี | Photoroom

https://www.photoroom.com/th/tools/signature-maker

ขั้นตอนมีดังนี้

ขั้นแรก เขียนลายเซ็นลงบนกระดาษแล้วถ่ายรูป อัปโหลดรูปภาพนี้ซึ่งพื้นหลังจะถูกลบออกโดยอัตโนมัติ และลายเซ็นของคุณก็จะมีพื้นหลังโปร่งใสพร้อมใช้งาน

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด

คุณเพียงแค่ดาวน์โหลดลายเซ็นเป็นไฟล์นามสกุล .png หรือ .jpg จากนั้นอัปโหลดหรือลากและวางลงใน Microsoft Word, Google Docs หรือเครื่องมืออื่นใดที่คุณใช้งานอยู่

ได้เลย

วิธีแสดงไอคอน "This PC" ใน Windows 11

 วิธีแสดงไอคอน "This PC" หรือ "My Computer" ใน Windows 11 ทำได้โดย คลิกขวาที่พื้นที่ว่าง        บนเดสก์ท็อป > เลือก Personalize (ปรับเปลี่ยนตามชอบ) > เลือก Themes (ธีม) > เลือก Desktop icon settings (ตั้งค่าไอคอนเดสก์ท็อป) > ติ๊กถูกที่ช่อง Computer > Apply (นำไปใช้) และ OK (ตกลง). 

ขั้นตอนการแสดงไอคอน "This PC" (My Computer) ใน Windows 11
  1. คลิกขวาที่พื้นที่ว่าง: บนหน้าจอเดสก์ท็อปของคุณ. 
  2. จากเมนูที่ปรากฏขึ้น ให้เลือก Personalize (ปรับเปลี่ยนตามชอบ). 
  3. ในหน้าต่างการตั้งค่า ให้เลือก Themes (ธีม) ที่เมนูด้านซ้าย. 
  4. เลื่อนไปทางด้านขวา และเลือก Desktop icon settings (ตั้งค่าไอคอนเดสก์ท็อป). 
  5. ในหน้าต่าง Desktop icon settings ให้ ติ๊กเครื่องหมายถูกที่ช่อง Computer. 
  6. คลิก Apply (นำไปใช้) และตามด้วย OK (ตกลง) เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลง. 

05 กันยายน 2568

 

Windows 10 – วิธีถอนตัว Update

Windows 10 เป็นระบบปฎิบัติการที่ถูกพัฒนาอยู่ตลอดเวลา และเรามักจะพบปัญหากับมันบ่อย ๆ เสียด้วย โดยเฉพาะเหล่าเกมเมอร์ที่จะต้องเสี่ยงดวงกับการอัพเดตใหม่ทุกครั้ง ว่ามันจะมาทำลายประสิทธิภาพของเกมที่พวกเขาเล่นหรือไม่ อย่างที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะตัวอัพเดต KB4487044 ในปัจจุบัน ในขณะที่ไม่มีวิธีแก้ที่ได้ผล ทางออกที่ดีสุดคือการถอนการติดตั้งมันออกไปซะ และมันต้องทำอย่างไรวันนี้เราจะพาไปดูขั้นตอนการถอน Windows Update ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

1.ให้กดปุ่ม Start และพิมพ์คำว่า “Windows Update Setting” ในช่องค้นหา

win update วิธีลบ

2.เลือกที่เมนู “View update history”

3.หลังจากนั้นให้เข้าไปที่เมนูถอนการติดตั้ง “Uninstall updates”

4.หน้าต่างจะแสดงการอัพเดตทั้งหมด โดยตัวอัพเดตของวินโดวจะขึ้นต้นด้วย “Update for…” เลือกตัวที่จะถอนการติดตั้ง และกดที่ “Uninstall”

5.หลังจากถอนการติดตั้งเสร็จคอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ทตัวเอง เมื่อเปิดขึ้นมาอีกครั้งจะถือว่าถอนการติดตั้งเสร็จอย่างสมบูรณ์ เท่านี้ปัญหาจาก Update ตัวดังกล่าวก็จะหมดไป หรือจนกว่าจะมีตัวอัพเดตใหม่เข้ามาแทนที่ ผู้ใช้ค่อยทำการดาวโหลดมาติดตั้งใหม่ในอนาคต

คำแนะนำ หากเพื่อน ๆ อยากทราบข้อมูลเพิ่มต่อหรือคุยเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นสามารถเข้าไปดูได้ที่ Windows Community เป็นแหล่งพูดคุยของผู้พัฒนาและผู้ใช้งานที่ใหญ่สุดของ Windows

สำหรับใครที่ไม่อยากต้องมานั่งถอนตัวติดตั้ง Update บ่อย ๆ เราก็มี วิธีจะปิด Windows 10 Update แบบถาวร ทำครั้งเดียวจบไม่ต้องวนกลับมาทำซ้ำให้วุ่นวาย!

คอมในวง LAN เดียวกัน มองไม่เห็นกัน

 เหตุผลหลักที่คอมพิวเตอร์ในวง LAN เดียวกันมองเห็นกันไม่ครบทุกเครื่องมักเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับ การกำหนดค่าเครือข่าย และ การตั้งค่าความปลอดภัย เป็นหลัก


สาเหตุที่พบบ่อย

  • Firewall หรือโปรแกรม Antivirus บล็อกการเชื่อมต่อ: Firewall ที่ติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องอาจจะตั้งค่าไว้ให้ป้องกันการเชื่อมต่อหรือการค้นหาจากเครือข่ายภายนอก ทำให้เครื่องอื่นๆ มองไม่เห็น ซึ่งเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยปกติ

  • Workgroup หรือ Homegroup ที่ไม่ตรงกัน: หากคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องถูกตั้งค่าให้อยู่ในกลุ่มทำงาน (Workgroup) หรือกลุ่มหลัก (Homegroup) ที่มีชื่อแตกต่างกัน คอมพิวเตอร์เหล่านั้นจะไม่สามารถมองเห็นหรือแชร์ไฟล์ระหว่างกันได้

  • ปัญหาการตั้งค่า IP Address:

    • IP Address ไม่ได้อยู่ใน Subnet เดียวกัน: คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องต้องมี IP Address ที่อยู่ในช่วง Subnet เดียวกัน เช่น ถ้าเครื่องหนึ่งมี IP เป็น 192.168.1.10 อีกเครื่องก็ต้องเป็น 192.168.1.XX ถึงจะสื่อสารกันได้

    • IP Address ซ้ำกัน: หากมีคอมพิวเตอร์สองเครื่องหรือมากกว่ามี IP Address เดียวกัน จะทำให้เกิดความขัดแย้ง (IP conflict) และไม่สามารถเชื่อมต่อในเครือข่ายได้อย่างถูกต้อง

  • Network Discovery ถูกปิดการใช้งาน: ระบบปฏิบัติการ Windows มีคุณสมบัติที่เรียกว่า Network Discovery (การค้นหาเครือข่าย) ซึ่งถ้าถูกปิดอยู่ เครื่องนั้นๆ จะไม่สามารถถูกค้นพบโดยเครื่องอื่นๆ ในเครือข่ายเดียวกันได้

  • Driver ของการ์ด LAN มีปัญหา: Driver ที่เก่าหรือเสียหายอาจทำให้การ์ดเครือข่ายทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้การเชื่อมต่อไม่เสถียรหรือมองไม่เห็นเครื่องอื่น


แนวทางการแก้ไขเบื้องต้น

  1. ตรวจสอบ Firewall: ลองปิด Firewall ชั่วคราวบนเครื่องที่มองไม่เห็นเพื่อทดสอบ ถ้ามองเห็นกันได้ แสดงว่าปัญหามาจาก Firewall และต้องเข้าไปตั้งค่าอนุญาต (allow) ให้การเชื่อมต่อในเครือข่าย

  2. ตรวจสอบและตั้งค่า Workgroup ให้ตรงกัน: เข้าไปที่ System Properties เพื่อตรวจสอบและเปลี่ยนชื่อ Workgroup ของทุกเครื่องให้เหมือนกัน

  3. ตั้งค่า Network Discovery และ File Sharing: ไปที่ Network and Sharing Center ใน Windows และเปิดการใช้งาน Network Discovery และ File and printer sharing ให้เป็น On

  4. ตรวจสอบ IP Address: ใช้คำสั่ง ipconfig ใน Command Prompt เพื่อตรวจสอบ IP Address และ Subnet ของแต่ละเครื่องว่าอยู่ในช่วงเดียวกันหรือไม่

  5. อัปเดต Driver การ์ด LAN: ลองดาวน์โหลดและติดตั้ง Driver ล่าสุดของการ์ดเครือข่ายจากเว็บไซต์ของผู้ผลิต

หากลองแก้ไขตามขั้นตอนเบื้องต้นแล้วยังไม่สำเร็จ อาจต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ เช่น ปัญหาที่ Hardware (สาย LAN, Switch Hub) หรือการตั้งค่าขั้นสูงใน Router ครับ

คำสั่งใน Command Prompt

  คำสั่งใน Command Prompt (cmd) สำหรับตรวจเช็คสถานะและข้อมูลของคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานบ่อย แบ่งตามหมวดหมู่ได้ดังนี้ครับ 1. ตรวจเช็คข้อมูลเครื่...