คำสั่งใน
Command Prompt (cmd) สำหรับตรวจเช็คสถานะและข้อมูลของคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานบ่อย
แบ่งตามหมวดหมู่ได้ดังนี้ครับ
1. ตรวจเช็คข้อมูลเครื่องและระบบ (System Information)
- systeminfo
แสดงข้อมูลสเปกโดยรวมทั้งหมดของเครื่อง
เช่น ชื่อรุ่น, CPU, RAM, OS version, วันที่ติดตั้ง OS,
และเวลาที่เครื่องเปิดใช้งานอยู่ (System Boot Time)
- wmic baseboard get product,Manufacturer
เช็ครุ่นและยี่ห้อของเมนบอร์ด
(Mainboard)
- wmic cpu get
name,NumberOfCores,NumberOfLogicalProcessors
เช็ครุ่น
CPU, จำนวน Core และ Thread
- wmic memorychip get speed, capacity, manufacturer
เช็คความเร็ว
(Bus) ความจุ และยี่ห้อของ RAM แต่ละแถว
- wmic diskdrive get model,size,status
เช็ครุ่น
ความจุ และสถานะเบื้องต้นของฮาร์ดดิสก์/SSD
2. ตรวจเช็คการทำงานและความสมบูรณ์ของระบบ (Health & Diagnostics)
- sfc /scannow (ต้อง Run as
Administrator)
สแกนและซ่อมแซมไฟล์ระบบของ
Windows ที่เสียหายหรือสูญหาย
- chkdsk C: /f /r (ต้อง Run
as Administrator)
ตรวจสอบและซ่อมแซมความผิดปกติของดิสก์
(Bad Sector) ในไดรฟ์ C:
- tasklist
แสดงรายการโปรแกรมและกระบวนการ
(Processes) ทั้งหมดที่กำลังทำงานอยู่
- powercfg /batteryreport (สำหรับโน้ตบุ๊ก)
สร้างรายงานสุขภาพแบตเตอรี่อย่างละเอียด
(ไฟล์รายงานจะถูกเซฟไว้ในโฟลเดอร์ผู้ใช้)
3. ตรวจเช็คการเชื่อมต่อเครือข่ายและอินเทอร์เน็ต (Network Status)
- ipconfig /all
แสดงรายละเอียดการเชื่อมต่อเครือข่าย
เช่น หมายเลข IP Address, Subnet Mask, Gateway และ MAC
Address
- ping google.com
ทดสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังเซิร์ฟเวอร์ปลายทาง
พร้อมดูค่าความหน่วง (Latency)
- netstat -an
ตรวจสอบการเชื่อมต่อพอร์ตและ
IP ทั้งหมดที่เครื่องกำลังติดต่ออยู่นอกหรือภายในเครือข่าย
- nslookup google.com
ตรวจสอบการแปลงชื่อโดเมนเป็น
IP Address (DNS Query)
การตรวจเช็คคอมพิวเตอร์ผ่าน
Command Prompt (CMD) ถือเป็นวิธีที่รวดเร็วและแม่นยำ
เพราะดึงข้อมูลตรงจากระบบ Windows โดยตรง
ด้านล่างนี้คือคำอธิบายการใช้งานคำสั่งสำคัญแบบเจาะลึก
พร้อมตัวอย่างวิธีนำไปใช้งานจริงครับ
1. คำสั่งตรวจเช็คสเปกและฮาร์ดแวร์ (Hardware & System Specs)
systeminfo —
รายงานสรุประบบแบบครบวงจร
- การใช้งาน: พิมพ์ systeminfo แล้วกด Enter
- ข้อมูลที่ได้:
- OS Name / Version: เวอร์ชันและบิลด์ของ Windows
- System Model: รุ่นของเครื่อง (เช่น Dell XPS, Lenovo ThinkPad หรือรุ่นเมนบอร์ด)
- Processor: รุ่นและสถาปัตยกรรมของ
CPU
- Total Physical Memory: ความจุ RAM ทั้งหมดในเครื่อง
- System Boot Time: เวลาล่าสุดที่เครื่องเริ่มเปิดระบบ
(ใช้เช็คได้ว่าเครื่องเปิดค้างไว้นานแค่ไหน)
- Hotfix(s): รายการอัปเดตความปลอดภัยล่าสุดที่ติดตั้งไว้
กลุ่มคำสั่ง wmic — ตรวจสอบชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์เจาะจง
หมายเหตุ: บน Windows 11 บางเวอร์ชัน
อาจมีการเปลี่ยนผ่านไปยัง PowerShell แต่คำสั่ง WMIC พื้นฐานยังคงใช้งานได้ดีบน CMD ส่วนใหญ่
- เช็ค RAM แต่ละแถว:
DOS
wmic memorychip
get capacity, speed, manufacturer, partnumber
- ประโยชน์: ช่วยให้ทราบว่า RAM แต่ละแถวความจุเท่าไหร่
(แสดงเป็น Byte เช่น 8589934592 คือ
8GB), ความเร็ว Bus เท่าไหร่ (speed),
และยี่ห้ออะไร เพื่อให้ง่ายต่อการซื้อ RAM มาอัปเกรดเพิ่ม
- เช็คสุขภาพและรุ่นของ Disk/SSD:
DOS
wmic diskdrive
get model, size, status
- ประโยชน์: หากช่อง Status ขึ้นเป็น OK หมายความว่าไดรฟ์ยังทำงานปกติ หากขึ้นเป็นอย่างอื่น
แสดงว่าดิสก์อาจเริ่มมีปัญหา
2. คำสั่งตรวจเช็คและซ่อมแซมระบบ (Diagnostics & Repair)
sfc /scannow
— สแกนและซ่อมแซมไฟล์ระบบที่เสียหาย
- วิธีใช้งาน: ต้องเปิด CMD แบบ Run as
Administrator
- กลไกการทำงาน: ระบบจะทำการสแกนไฟล์ระบบ Windows ทั้งหมด
หากพบไฟล์ที่ถูกเขียนทับ มีปัญหา หรือสูญหาย
ระบบจะดึงไฟล์สำรองความสมบูรณ์มาซ่อมแซมให้อัตโนมัติ
- ผลลัพธ์ที่อาจพบ:
- "Windows Resource
Protection did not find any integrity violations" — ระบบปกติ
- "Windows Resource
Protection found corrupt files and successfully repaired them" —
พบไฟล์เสียและซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว
chkdsk — ตรวจสอบและซ่อมแซมความผิดปกติของฮาร์ดดิสก์
- คำสั่งเต็ม: chkdsk C:
/f /r (ต้องเปิดแบบ Administrator)
- พารามิเตอร์ /f
: ซ่อมแซมข้อผิดพลาดบนดิสก์ (Fix errors)
- พารามิเตอร์ /r
: ค้นหา Bad Sectors และกู้คืนข้อมูลที่อ่านได้
- ข้อควรระวัง: หากใช้กับไดรฟ์ C: ระบบจะแจ้งว่าไม่สามารถล็อกไดรฟ์ได้ในขณะนั้น
และจะถามว่าจะให้สแกนเมื่อ Restart เครื่องใหม่ครั้งหน้าหรือไม่
ให้กด Y แล้วรีสตาร์ทเครื่อง
powercfg
/batteryreport — เช็คสุขภาพแบตเตอรี่ (สำหรับ Notebook)
- วิธีใช้งาน: พิมพ์คำสั่งแล้วกด Enter
- ผลลัพธ์: ระบบจะสร้างไฟล์รายงานรูปแบบ
HTML เช่น
C:\Users\YourName\battery-report.html
- ข้อมูลสำคัญในรายงาน:
- Design Capacity: ความจุแบตเตอรี่ดั้งเดิมจากโรงงาน
- Full Charge Capacity: ความจุสูงสุดที่แบตเตอรี่สามารถชาร์จได้ในปัจจุบัน (ยิ่งต่างจาก Design
Capacity มาก แสดงว่าแบตเสื่อมสภาพไปมาก)
- Cycle Count: จำนวนรอบการชาร์จแบตเตอรี่
3. คำสั่งตรวจเช็คการเชื่อมต่อเครือข่าย (Network Diagnostic)
ipconfig /all
— ดูข้อมูล Network Interface ทั้งหมด
- ข้อมูลสำคัญที่ควรมองหา:
- IPv4 Address: หมายเลข IP ของเครื่องคุณในเครือข่ายปัจจุบัน
- Default Gateway: หมายเลข IP ของ Router (ใช้พิมพ์เข้าตั้งค่า
Router)
- Physical Address (MAC Address):
รหัสประจำตัวการ์ดแลน/Wi-Fi ของเครื่อง
- DHCP Enabled: บอกว่ารับ IP อัตโนมัติหรือไม่
ping — ทดสอบการรับ-ส่งข้อมูลกับเซิร์ฟเวอร์
- ตัวอย่าง: ping
google.com หรือ ping 192.168.1.1
- วิเคราะห์ผล:
- time=XXms: ค่า
Latency ยิ่งน้อย ยิ่งเน็ตเร็วและเสถียร
- Lost = 0 (0% loss): สัญญาณเน็ตปกติ ไม่หลุด
- หากขึ้น "Request
timed out" หมายความว่าเชื่อมต่อปลายทางไม่ได้
หรือถูกบล็อกด้วย Firewall
สรุปข้อแนะนำการใช้งาน
1.
สิทธิ์การใช้งาน (Administrator):
คำสั่งเกี่ยวกับการซ่อมแซมระบบ เช่น sfc หรือ
chkdsk ต้องเปิด CMD ด้วยการคลิกขวาที่ Command
Prompt แล้วเลือก Run as administrator เสมอ
2.
การบันทึกผลลัพธ์เป็นไฟล์: หากต้องการเซฟข้อมูลที่ได้ออกมาเป็นไฟล์ข้อความ ให้พิมพ์ >
filename.txt ต่อท้ายคำสั่ง เช่น:
DOS
systeminfo >
C:\system_details.txt
PowerShell เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า Command Prompt มาก เพราะใช้โครงสร้าง Cmdlet (Command-let) ที่จัดการข้อมูลในรูปแบบวัตถุ
(Object) ทำให้สามารถดึงข้อมูลเชิงลึก กรองข้อมูล
และจัดการระบบได้ละเอียดกว่า
1. คำสั่งตรวจเช็คสเปกและฮาร์ดแวร์เชิงลึก
Get-ComputerInfo
— รายงานข้อมูลระบบแบบละเอียดสูงสุด
ดึงข้อมูลระบบทั้งหมด
ทั้ง OS, BIOS, RAM, Security status และสเปกเครื่อง
PowerShell
Get-ComputerInfo
- กรองเฉพาะเรื่องที่ต้องการ:
PowerShell
Get-ComputerInfo
| Select-Object OsName, OsVersion, CsModel, CsProcessors
Get-CimInstance
— ตรวจเช็คฮาร์ดแวร์รายชิ้น
ทดแทนคำสั่ง
WMIC บน CMD ได้อย่างสมบูรณ์แบบและทำงานได้รวดเร็ว
- เช็ค CPU:
PowerShell
Get-CimInstance
Win32_Processor | Select-Object Name, NumberOfCores, NumberOfLogicalProcessors,
MaxClockSpeed
- เช็ค RAM แต่ละแถว
(แปลกแปลงขนาดเป็น GB ให้อ่านง่าย):
PowerShell
Get-CimInstance
Win32_PhysicalMemory | Select-Object Manufacturer, Capacity, Speed,
DeviceLocator
- เช็คสุขภาพและสถานะฮาร์ดดิสก์/SSD:
PowerShell
Get-PhysicalDisk
| Select-Object DeviceId, FriendlyName, MediaType, OperationalStatus,
HealthStatus
(บอกได้ทันทีว่าเป็น SSD หรือ HDD พร้อมสถานะ Healthy)
2. คำสั่งจัดการโปรแกรมและกระบวนการทำงาน (Processes & Services)
Get-Process
— ดูและจัดการโปรแกรมที่ใช้ทรัพยากรสูง
- หาโปรแกรมที่กิน RAM สูงสุด 10 อันดับแรก:
PowerShell
Get-Process |
Sort-Object WorkingSet64 -Descending | Select-Object -First 10 Name, ID,
@{N='RAM(MB)';E={[math]::round($_.WorkingSet64/1MB,2)}}
- ปิดโปรแกรมที่มีปัญหาทันที (Force
Kill):
PowerShell
Stop-Process -Name
"chrome" -Force
Get-Service
— ตรวจสอบและจัดการ Service ใน Windows
- ดู Service ที่กำลังทำงานอยู่:
PowerShell
Get-Service |
Where-Object Status -eq 'Running'
- สั่ง Restart Service ที่มีปัญหา (เช่น Print Spooler):
PowerShell
Restart-Service
-Name "Spooler"
3. คำสั่งตรวจเช็คและซ่อมแซมระบบขั้นสูง
Repair-WindowsImage
(DISM บน PowerShell)
ใช้ตรวจสอบและซ่อมแซม
Windows Component Store เมื่อไฟล์ระบบเสียหายหนักจน
sfc /scannow ซ่อมไม่ได้
PowerShell
# ตรวจสอบว่ามีความเสียหายหรือไม่
Check-WindowsImage
-Online
# สั่งซ่อมแซมภาพรวมระบบผ่าน Internet
Repair-WindowsImage
-Online -RestoreHealth
Get-WinEvent
— ดึงประวัติข้อผิดพลาดจาก Event Viewer
ค้นหาปัญหาเครื่องดับ,
Error หรือ BSOD (จอฟ้า)
ล่าสุดได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิด GUI
PowerShell
# ดึงรายการ Error และ Critical ล่าสุด
10 รายการจาก System Log
Get-WinEvent
-LogName System -MaxEvents 10 | Where-Object LevelDisplayName -in ('Error',
'Critical') | Select-Object TimeCreated, Id, Message
4. คำสั่งตรวจเช็คและจัดการระบบเครือข่าย (Network)
Test-NetConnection
— ทดสอบพอร์ตและการเชื่อมต่อ (ดีกว่า Ping)
ใช้ทดสอบได้ทั้งสัญญาณ
Ping และการเปิด/ปิดของพอร์ตปลายทาง (Port Scan เบื้องต้น)
PowerShell
# ทดสอบว่าพอร์ต 80 หรือ 443 ของเว็บเป้าหมายเปิดอยู่หรือไม่
Test-NetConnection
-ComputerName google.com -Port 443
Get-NetIPConfiguration
— รายงานเครือข่ายอ่านง่าย
แสดง
IP, Gateway, DNS Server ของทุก Adapter อย่างเป็นระเบียบ
PowerShell
Get-NetIPConfiguration
Get-NetTCPConnection
— ดูการเชื่อมต่อพอร์ตทั้งหมดในเครื่อง
PowerShell
Get-NetTCPConnection
-State Established | Select-Object LocalAddress, LocalPort, RemoteAddress,
RemotePort, OwningProcess
เคล็ดลับการใช้งาน PowerShell
1.
การกรองและการจัดเรียง (Pipeline
|): คุณสามารถส่งผลลัพธ์จากคำสั่งหนึ่งไปกรองต่อในอีกคำสั่งได้เสมอด้วยเครื่องหมาย
Pipe (|) เช่น Get-Process | Where-Object CPU -gt 10
2.
การส่งออกข้อมูลเป็น CSV/HTML:
PowerShell
Get-ComputerInfo
| Export-Csv -Path "C:\specs.csv" -NoTypeInformation
3.
การเปิดด้วยสิทธิ์ Administrator:
คำสั่งเกี่ยวกับโครงสร้างระบบ (เช่น Repair-WindowsImage หรือ Stop-Process บางตัว) จำเป็นต้องเปิด PowerShell
แบบ Run as Administrator
