30 กันยายน 2569

คำสั่งใน Command Prompt

 

คำสั่งใน Command Prompt (cmd) สำหรับตรวจเช็คสถานะและข้อมูลของคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานบ่อย แบ่งตามหมวดหมู่ได้ดังนี้ครับ
1. ตรวจเช็คข้อมูลเครื่องและระบบ (System Information)

  • systeminfo

แสดงข้อมูลสเปกโดยรวมทั้งหมดของเครื่อง เช่น ชื่อรุ่น, CPU, RAM, OS version, วันที่ติดตั้ง OS, และเวลาที่เครื่องเปิดใช้งานอยู่ (System Boot Time)

  • wmic baseboard get product,Manufacturer

เช็ครุ่นและยี่ห้อของเมนบอร์ด (Mainboard)

  • wmic cpu get name,NumberOfCores,NumberOfLogicalProcessors

เช็ครุ่น CPU, จำนวน Core และ Thread

  • wmic memorychip get speed, capacity, manufacturer

เช็คความเร็ว (Bus) ความจุ และยี่ห้อของ RAM แต่ละแถว

  • wmic diskdrive get model,size,status

เช็ครุ่น ความจุ และสถานะเบื้องต้นของฮาร์ดดิสก์/SSD

 

2. ตรวจเช็คการทำงานและความสมบูรณ์ของระบบ (Health & Diagnostics)

  • sfc /scannow (ต้อง Run as Administrator)

สแกนและซ่อมแซมไฟล์ระบบของ Windows ที่เสียหายหรือสูญหาย

  • chkdsk C: /f /r (ต้อง Run as Administrator)

ตรวจสอบและซ่อมแซมความผิดปกติของดิสก์ (Bad Sector) ในไดรฟ์ C:

  • tasklist

แสดงรายการโปรแกรมและกระบวนการ (Processes) ทั้งหมดที่กำลังทำงานอยู่

  • powercfg /batteryreport (สำหรับโน้ตบุ๊ก)

สร้างรายงานสุขภาพแบตเตอรี่อย่างละเอียด (ไฟล์รายงานจะถูกเซฟไว้ในโฟลเดอร์ผู้ใช้)

 

3. ตรวจเช็คการเชื่อมต่อเครือข่ายและอินเทอร์เน็ต (Network Status)

  • ipconfig /all

แสดงรายละเอียดการเชื่อมต่อเครือข่าย เช่น หมายเลข IP Address, Subnet Mask, Gateway และ MAC Address

  • ping google.com

ทดสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังเซิร์ฟเวอร์ปลายทาง พร้อมดูค่าความหน่วง (Latency)

  • netstat -an

ตรวจสอบการเชื่อมต่อพอร์ตและ IP ทั้งหมดที่เครื่องกำลังติดต่ออยู่นอกหรือภายในเครือข่าย

  • nslookup google.com

ตรวจสอบการแปลงชื่อโดเมนเป็น IP Address (DNS Query)

 

 

การตรวจเช็คคอมพิวเตอร์ผ่าน Command Prompt (CMD) ถือเป็นวิธีที่รวดเร็วและแม่นยำ เพราะดึงข้อมูลตรงจากระบบ Windows โดยตรง ด้านล่างนี้คือคำอธิบายการใช้งานคำสั่งสำคัญแบบเจาะลึก พร้อมตัวอย่างวิธีนำไปใช้งานจริงครับ

1. คำสั่งตรวจเช็คสเปกและฮาร์ดแวร์ (Hardware & System Specs)

systeminfo — รายงานสรุประบบแบบครบวงจร

  • การใช้งาน: พิมพ์ systeminfo แล้วกด Enter
  • ข้อมูลที่ได้:
    • OS Name / Version: เวอร์ชันและบิลด์ของ Windows
    • System Model: รุ่นของเครื่อง (เช่น Dell XPS, Lenovo ThinkPad หรือรุ่นเมนบอร์ด)
    • Processor: รุ่นและสถาปัตยกรรมของ CPU
    • Total Physical Memory: ความจุ RAM ทั้งหมดในเครื่อง
    • System Boot Time: เวลาล่าสุดที่เครื่องเริ่มเปิดระบบ (ใช้เช็คได้ว่าเครื่องเปิดค้างไว้นานแค่ไหน)
    • Hotfix(s): รายการอัปเดตความปลอดภัยล่าสุดที่ติดตั้งไว้

กลุ่มคำสั่ง wmic — ตรวจสอบชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์เจาะจง

หมายเหตุ: บน Windows 11 บางเวอร์ชัน อาจมีการเปลี่ยนผ่านไปยัง PowerShell แต่คำสั่ง WMIC พื้นฐานยังคงใช้งานได้ดีบน CMD ส่วนใหญ่

  • เช็ค RAM แต่ละแถว:

DOS

wmic memorychip get capacity, speed, manufacturer, partnumber

    • ประโยชน์: ช่วยให้ทราบว่า RAM แต่ละแถวความจุเท่าไหร่ (แสดงเป็น Byte เช่น 8589934592 คือ 8GB), ความเร็ว Bus เท่าไหร่ (speed), และยี่ห้ออะไร เพื่อให้ง่ายต่อการซื้อ RAM มาอัปเกรดเพิ่ม
  • เช็คสุขภาพและรุ่นของ Disk/SSD:

DOS

wmic diskdrive get model, size, status

    • ประโยชน์: หากช่อง Status ขึ้นเป็น OK หมายความว่าไดรฟ์ยังทำงานปกติ หากขึ้นเป็นอย่างอื่น แสดงว่าดิสก์อาจเริ่มมีปัญหา

 

2. คำสั่งตรวจเช็คและซ่อมแซมระบบ (Diagnostics & Repair)

sfc /scannow — สแกนและซ่อมแซมไฟล์ระบบที่เสียหาย

  • วิธีใช้งาน: ต้องเปิด CMD แบบ Run as Administrator
  • กลไกการทำงาน: ระบบจะทำการสแกนไฟล์ระบบ Windows ทั้งหมด หากพบไฟล์ที่ถูกเขียนทับ มีปัญหา หรือสูญหาย ระบบจะดึงไฟล์สำรองความสมบูรณ์มาซ่อมแซมให้อัตโนมัติ
  • ผลลัพธ์ที่อาจพบ:
    • "Windows Resource Protection did not find any integrity violations" — ระบบปกติ
    • "Windows Resource Protection found corrupt files and successfully repaired them" — พบไฟล์เสียและซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว

chkdsk — ตรวจสอบและซ่อมแซมความผิดปกติของฮาร์ดดิสก์

  • คำสั่งเต็ม: chkdsk C: /f /r (ต้องเปิดแบบ Administrator)
    • พารามิเตอร์ /f : ซ่อมแซมข้อผิดพลาดบนดิสก์ (Fix errors)
    • พารามิเตอร์ /r : ค้นหา Bad Sectors และกู้คืนข้อมูลที่อ่านได้
  • ข้อควรระวัง: หากใช้กับไดรฟ์ C: ระบบจะแจ้งว่าไม่สามารถล็อกไดรฟ์ได้ในขณะนั้น และจะถามว่าจะให้สแกนเมื่อ Restart เครื่องใหม่ครั้งหน้าหรือไม่ ให้กด Y แล้วรีสตาร์ทเครื่อง

powercfg /batteryreport — เช็คสุขภาพแบตเตอรี่ (สำหรับ Notebook)

  • วิธีใช้งาน: พิมพ์คำสั่งแล้วกด Enter
  • ผลลัพธ์: ระบบจะสร้างไฟล์รายงานรูปแบบ HTML เช่น C:\Users\YourName\battery-report.html
  • ข้อมูลสำคัญในรายงาน:
    • Design Capacity: ความจุแบตเตอรี่ดั้งเดิมจากโรงงาน
    • Full Charge Capacity: ความจุสูงสุดที่แบตเตอรี่สามารถชาร์จได้ในปัจจุบัน (ยิ่งต่างจาก Design Capacity มาก แสดงว่าแบตเสื่อมสภาพไปมาก)
    • Cycle Count: จำนวนรอบการชาร์จแบตเตอรี่

3. คำสั่งตรวจเช็คการเชื่อมต่อเครือข่าย (Network Diagnostic)

ipconfig /all — ดูข้อมูล Network Interface ทั้งหมด

  • ข้อมูลสำคัญที่ควรมองหา:
    • IPv4 Address: หมายเลข IP ของเครื่องคุณในเครือข่ายปัจจุบัน
    • Default Gateway: หมายเลข IP ของ Router (ใช้พิมพ์เข้าตั้งค่า Router)
    • Physical Address (MAC Address): รหัสประจำตัวการ์ดแลน/Wi-Fi ของเครื่อง
    • DHCP Enabled: บอกว่ารับ IP อัตโนมัติหรือไม่

ping — ทดสอบการรับ-ส่งข้อมูลกับเซิร์ฟเวอร์

  • ตัวอย่าง: ping google.com หรือ ping 192.168.1.1
  • วิเคราะห์ผล:
    • time=XXms: ค่า Latency ยิ่งน้อย ยิ่งเน็ตเร็วและเสถียร
    • Lost = 0 (0% loss): สัญญาณเน็ตปกติ ไม่หลุด
    • หากขึ้น "Request timed out" หมายความว่าเชื่อมต่อปลายทางไม่ได้ หรือถูกบล็อกด้วย Firewall

 

สรุปข้อแนะนำการใช้งาน

1.       สิทธิ์การใช้งาน (Administrator): คำสั่งเกี่ยวกับการซ่อมแซมระบบ เช่น sfc หรือ chkdsk ต้องเปิด CMD ด้วยการคลิกขวาที่ Command Prompt แล้วเลือก Run as administrator เสมอ

2.       การบันทึกผลลัพธ์เป็นไฟล์: หากต้องการเซฟข้อมูลที่ได้ออกมาเป็นไฟล์ข้อความ ให้พิมพ์ > filename.txt ต่อท้ายคำสั่ง เช่น:

DOS

systeminfo > C:\system_details.txt

 

 

PowerShell เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า Command Prompt มาก เพราะใช้โครงสร้าง Cmdlet (Command-let) ที่จัดการข้อมูลในรูปแบบวัตถุ (Object) ทำให้สามารถดึงข้อมูลเชิงลึก กรองข้อมูล และจัดการระบบได้ละเอียดกว่า

1. คำสั่งตรวจเช็คสเปกและฮาร์ดแวร์เชิงลึก

Get-ComputerInfo — รายงานข้อมูลระบบแบบละเอียดสูงสุด

ดึงข้อมูลระบบทั้งหมด ทั้ง OS, BIOS, RAM, Security status และสเปกเครื่อง

PowerShell

Get-ComputerInfo

  • กรองเฉพาะเรื่องที่ต้องการ:

PowerShell

Get-ComputerInfo | Select-Object OsName, OsVersion, CsModel, CsProcessors

Get-CimInstance — ตรวจเช็คฮาร์ดแวร์รายชิ้น

ทดแทนคำสั่ง WMIC บน CMD ได้อย่างสมบูรณ์แบบและทำงานได้รวดเร็ว

  • เช็ค CPU:

PowerShell

Get-CimInstance Win32_Processor | Select-Object Name, NumberOfCores, NumberOfLogicalProcessors, MaxClockSpeed

  • เช็ค RAM แต่ละแถว (แปลกแปลงขนาดเป็น GB ให้อ่านง่าย):

 

PowerShell

Get-CimInstance Win32_PhysicalMemory | Select-Object Manufacturer, Capacity, Speed, DeviceLocator

  • เช็คสุขภาพและสถานะฮาร์ดดิสก์/SSD:

PowerShell

Get-PhysicalDisk | Select-Object DeviceId, FriendlyName, MediaType, OperationalStatus, HealthStatus

(บอกได้ทันทีว่าเป็น SSD หรือ HDD พร้อมสถานะ Healthy)

 

2. คำสั่งจัดการโปรแกรมและกระบวนการทำงาน (Processes & Services)

Get-Process — ดูและจัดการโปรแกรมที่ใช้ทรัพยากรสูง

  • หาโปรแกรมที่กิน RAM สูงสุด 10 อันดับแรก:

PowerShell

Get-Process | Sort-Object WorkingSet64 -Descending | Select-Object -First 10 Name, ID, @{N='RAM(MB)';E={[math]::round($_.WorkingSet64/1MB,2)}}

  • ปิดโปรแกรมที่มีปัญหาทันที (Force Kill):

PowerShell

Stop-Process -Name "chrome" -Force

Get-Service — ตรวจสอบและจัดการ Service ใน Windows

  • ดู Service ที่กำลังทำงานอยู่:

PowerShell

Get-Service | Where-Object Status -eq 'Running'

  • สั่ง Restart Service ที่มีปัญหา (เช่น Print Spooler):

PowerShell

Restart-Service -Name "Spooler"

3. คำสั่งตรวจเช็คและซ่อมแซมระบบขั้นสูง

Repair-WindowsImage (DISM บน PowerShell)

ใช้ตรวจสอบและซ่อมแซม Windows Component Store เมื่อไฟล์ระบบเสียหายหนักจน sfc /scannow ซ่อมไม่ได้

PowerShell

# ตรวจสอบว่ามีความเสียหายหรือไม่

Check-WindowsImage -Online

# สั่งซ่อมแซมภาพรวมระบบผ่าน Internet

Repair-WindowsImage -Online -RestoreHealth

Get-WinEvent — ดึงประวัติข้อผิดพลาดจาก Event Viewer

ค้นหาปัญหาเครื่องดับ, Error หรือ BSOD (จอฟ้า) ล่าสุดได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิด GUI

PowerShell

# ดึงรายการ Error และ Critical ล่าสุด 10 รายการจาก System Log

Get-WinEvent -LogName System -MaxEvents 10 | Where-Object LevelDisplayName -in ('Error', 'Critical') | Select-Object TimeCreated, Id, Message

4. คำสั่งตรวจเช็คและจัดการระบบเครือข่าย (Network)

Test-NetConnection — ทดสอบพอร์ตและการเชื่อมต่อ (ดีกว่า Ping)

ใช้ทดสอบได้ทั้งสัญญาณ Ping และการเปิด/ปิดของพอร์ตปลายทาง (Port Scan เบื้องต้น)

PowerShell

# ทดสอบว่าพอร์ต 80 หรือ 443 ของเว็บเป้าหมายเปิดอยู่หรือไม่

Test-NetConnection -ComputerName google.com -Port 443

Get-NetIPConfiguration — รายงานเครือข่ายอ่านง่าย

แสดง IP, Gateway, DNS Server ของทุก Adapter อย่างเป็นระเบียบ

PowerShell

Get-NetIPConfiguration

Get-NetTCPConnection — ดูการเชื่อมต่อพอร์ตทั้งหมดในเครื่อง

PowerShell

Get-NetTCPConnection -State Established | Select-Object LocalAddress, LocalPort, RemoteAddress, RemotePort, OwningProcess

เคล็ดลับการใช้งาน PowerShell

1.       การกรองและการจัดเรียง (Pipeline |): คุณสามารถส่งผลลัพธ์จากคำสั่งหนึ่งไปกรองต่อในอีกคำสั่งได้เสมอด้วยเครื่องหมาย Pipe (|) เช่น Get-Process | Where-Object CPU -gt 10

2.       การส่งออกข้อมูลเป็น CSV/HTML:

PowerShell

Get-ComputerInfo | Export-Csv -Path "C:\specs.csv" -NoTypeInformation

3.       การเปิดด้วยสิทธิ์ Administrator: คำสั่งเกี่ยวกับโครงสร้างระบบ (เช่น Repair-WindowsImage หรือ Stop-Process บางตัว) จำเป็นต้องเปิด PowerShell แบบ Run as Administrator

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คำสั่งใน Command Prompt

  คำสั่งใน Command Prompt (cmd) สำหรับตรวจเช็คสถานะและข้อมูลของคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานบ่อย แบ่งตามหมวดหมู่ได้ดังนี้ครับ 1. ตรวจเช็คข้อมูลเครื่...